โครงการรักการอ่าน

เธอเท่านั้น…สุดที่รัก 1

 ผู้แต่ง : รมย์ขลี

 

 หัวใจของเธอกำลังจะหยุดเต้น กีรณาคิดขณะที่กำลังนั่งฟังคำสารภาพอย่างเขินอายของเพื่อนสนิทระหว่างขับขี่รถยนต์เพื่อไปร่วมงานเลี้ยงฉลองสมรสของจิตราและตระการว่า

            “ทัศน์กำลังจะขอเก้าแต่งงาน”

            “เหรอ…”

เธอเอ่ยออกไปได้เพียงเท่านั้นหลังจากพยายามค้นหาเสียงตนเองอยู่นาน และมันช่างเป็นเสียงที่เบาหวิวและแหบแห้งสิ้นดี ให้ตายสิ! นี่เธอกำลังฝันไปหรือไร? ทำไมอะไรๆดูช่างเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วเหลือเกิน

            เพื่อนสนิทในวัยเด็ก ที่เธอแอบหลงรักเขามาตลอดเวลา คนที่เคยให้คำมั่นสัญญาว่าจะพาเธอซ้อนมอเตอร์ไซด์บิ๊กไบค์แล้วพาไปเที่ยว แต่ตอนนี้ เขากำลังบอกว่ากำลังจะขอแต่งงานกับพี่สาวเธอ เรื่องจริงที่ได้รับรู้นั้นมันเจ็บยิ่งกว่าที่เธอประจักษ์ว่าความรักและห่วงใยที่เขาเคยมีให้แก่เธอเสมอมา มันเป็นเพียงความรักระหว่างเพื่อนที่ดีพึงกระทำต่อกันเท่านั้น หาใช่คนพิเศษอย่างที่ตนเคยเฝ้าฝันไปเองข้างเดียว

            “แปลกใจไหม?”

ภูมิทัศน์ยังคงเอ่ยต่อไปด้วยรอยยิ้มอย่างอารมณ์ดี โดยหารู้ถึงความผิดปกติของคู่สนทนาซึ่งตอนนี้กลับเงียบงัน พูดน้อยลงไปไม่เหมือนเดิม

            “แปลก…แปลกใจ แปลกใจมากเลยล่ะ”

            “อย่าลืมให้กำลังใจทัศน์ด้วยนะ”

            “ทัศน์ยังต้องการกำลังใจเรื่องอะไรอีกงั้นหรือ?”

เธอตัดพ้อต่อว่าเขาในใจ น้ำตาจวนเจียนจะไหลซึมล้นขอบตาลงมาทุกทีจนต้องบ่ายหน้าหนีหันมองออกนอกตัวรถแทน พร้อมทั้งจำต้องสะกดความรู้สึกของตนลงไปแล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่พยายามไม่ให้สั่น ว่า

            “อื้อ…กี้ขอให้ทัศน์โชคดีละกัน”

            “ขอบใจนะกี้”ชายหนุ่มตอบขณะที่ยังคงมองตรงไปยังด้านหน้าก่อนเอ่ยเสริมด้วยประโยคถัดมาที่ส่งผลให้น้ำตาของอีกฝ่ายรินไหลลงมาว่า “ตั้งแต่เรารู้จักและคบกันมา กี้เป็นเพื่อนที่ทัศน์รักมากที่สุดคนหนึ่งเลยนะ”

            “ทัศน์ก็เป็น…เป็นเพื่อนที่กี้รักมากที่สุดเหมือนกัน”

กีรณากัดริมฝีปากสะกดเสียงสะอื้นจนรู้สึกเจ็บ พลางยกมือขึ้นปาดธารน้ำตาอย่างช้าๆ แม้ในหัวใจจะร่ำร้องตะโกนออกไปให้คนข้างกายได้รับรู้ว่า เธอรักเขา รักมานาน รักจนไม่อาจสารภาพออกไปแม้จะอยากบอกเขาแค่ไหน เพราะเกรงกลัวว่าความสัมพันธ์ฉันท์เพื่อนที่เขามีให้จะไม่หลงเหลืออีกต่อไปแม้กระทั่งความรู้สึกดีๆต่อกัน และนั่นก็เป็นประโยคสุดท้ายของการสนทนาระหว่างกีรณาและภูมิทัศน์ซึ่งต่างเงียบงันกันไปตลอดการเดินทาง…

 

            พิธีจัดเลี้ยงฉลองสมรสบริเวณสนามหน้าบ้านของจิตรา คลาคล่ำไปด้วยแขกเหรื่อสำคัญๆและบรรดาญาติพี่น้องรวมไปจนถึงเพื่อนสนิทของเจ้าของงาน ในขณะที่คู่บ่าวสาวยืนต้อนรับแขกอยู่บริเวณหน้างานใต้ซุ้มดอกไม้ที่ออกแบบและตกแต่งด้วยมือของเจ้าสาว แถมด้วยน้ำแข็งแกะสลักรูปหงส์อีกหนึ่งคู่ซึ่งแกะสลักด้วยฝีมือของเจ้าบ่าวอย่างไม่ยอมน้อยหน้ากัน บรรยากาศโดยรวมจึงอบอวลไปด้วยความรักและอิ่มเอมใจยามได้เห็นเจ้าบ่าวช่วยจับชายกระโปรงเจ้าสาวยกขึ้นเพื่อให้คนรักของตนสะดวกในการเดิน

            “ยินดีด้วยนะเจี๊ยบ ฝากเพื่อนด้วยนะครับพี่ต้น ถึงบางครั้งเจี๊ยบมันจะซ่าแล้วก็เฮ้วไปหน่อย แต่โดยรวมแล้วมันก็เป็นกุลสตรีที่ดีคนหนึ่ง”

ภูมิทัศน์เอ่ยกับคู่บ่าวสาวหลังจากเดินเข้ามาในงานด้วยรอยยิ้มสดใสขณะที่ยื่นกล่องของขวัญขนาดใหญ่ให้เจ้าสาวซึ่งกำลังมองเขาตาเขียวปัด พร้อมทั้งเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงพี่ฟังดูข่มขวัญว่า

            “พูดให้ดีๆนะทัศน์ ไม่งั้นโดนหมกไว้แถวนี้แน่!”

            “อย่าพูดแบบนั้นสิ เป็นเจ้าสาวต้องสงบปากสงบคำนะเจี๊ยบ”

 เอ่ยเย้าพลางหัวเราะร่าในขณะที่เจ้าสาวส่ายหน้าอย่างระอา ตอบกลับด้วยน้ำเสียงกระแทกกระทั้นว่า

“ย่ะ!” แล้วร้องอุทานออกมาด้วยความตื่นเต้นยามเห็นกีรณาในลุคที่แปลกใหม่ไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง “ว้าว!!! ใครพานางฟ้ามางานแต่งงานฉันล่ะนี่  อย่างนี้ไม่งามเกินหน้าเกินตาเจ้าสาวไปหน่อยเหรอกี้”

            “พูดบ้าๆ ก็ใครกันล่ะมาขอให้เราร้องเพลงให้ในงานน่ะ” กีรณากล่าวด้วยรอยยิ้มทั้งหมดเท่าที่ใจอันเจ็บช้ำของหล่อนจะทำได้พลางตรงเข้าสวมกอดเพื่อนรักแน่น “ขอให้มีความสุขมากๆนะเจี๊ยบ ดูแลเพื่อนกี้ดีๆนะคะพี่ต้น”

            “ครับ ด้วยชีวิต…”

ตระการตอบรับหนักแน่นพลางส่งรอยยิ้มและแววตาหวานเชื่อมให้จิตราที่มองตอบกลับมาอย่างรักใคร่ไม่แพ้กัน

            “เอ้อ! แล้วเก้าล่ะ ไม่ได้มาด้วยกันหรอกเหรอ”

            “เก้าไม่ค่อยสบายน่ะเจี๊ยบ ทัศน์เลยพากี้มาที่นี่ก่อนแล้วค่อยกลับไปดูเก้า เพราะรายนั้นเวลาไม่สบายทีไร อยากกินแต่โจ๊กใส่ไข่เจ้าประจำทุกที”

            “อ้าวเหรอ” จิตราทำเสียงสูง ตาโต พลางเหลือบสายตามองเพื่อนสนิทที่ยืนด้วยสีหน้าเรียบเฉย “ถ้างั้นฝากบอกให้เก้าหายไวๆด้วยละกันนะ”

            “ขอโทษนะเจี๊ยบ”

            “ไม่เป็นไร เหตุสุดวิสัยนี่นา”

            “เฮ้ย! แต่เราใส่เงินตรงตามจำนวนที่เจี๊ยบวงเล็บไว้บนมุมซองเลยนะ”

            “ย่ะ! ฉันยังไม่ได้ว่าอะไรเลยนะ ไม่จำเป็นต้องออกตัวล้อฟรีขนาดนี้ก็ได้”

            “ทัศน์…” กีรณาเอ่ยปรามพลางยกมือขึ้นแตะต้นแขนหนา มองเจ้าบ่าวด้วยความเกรงใจ “เลิกแหย่เจี๊ยบเสียทีเถอะ แขกเหรื่อเริ่มมากันเยอะแล้วนะ”

            “อ่า…นั่นสิ ทัศน์ก็ลืมเสียสนิท ต้องขอโทษด้วยนะครับพี่ต้น”

            “ไม่เป็นไรครับ ทัศน์พากี้เข้าไปนั่งข้างในก่อนเถอะ พี่ไม่อยากให้ท้องของนักร้องกิตติมศักดิ์ส่งเสียงร้องโครกครากออกไมค์ เพราะยังไม่มีอะไรตกถึงท้องเลย”

ตระการเอ่ยเย้าก่อนจะหัวเราะร่าเมื่อเห็นกีรณาทำสีหน้ากึ่งบึ้งกึ่งยิ้มจนไม่เหลือมาดสาวงามที่เจ้าตัวพยายามเปลี่ยนแปลงตนเอง

            “พี่ต้นอย่าล้อเพื่อนเจี๊ยบซีคะ”จิตราเอ่ยกับเจ้าบ่าวก่อนหันมากล่าวกับภูมิทัศน์ด้วยน้ำเสียงจริงจังว่า “ทัศน์จะไปซื้อโจ๊กให้เก้าไม่ใช่เหรอ เดี๋ยวเราพากี้เข้าไปในงานเองก็ได้ เสร็จธุระแล้วทัศน์ค่อยกลับมารับ”

            “จะดีหรือเจี๊ยบ”

กีรณาแย้ง สบดวงหน้าของเพื่อนชายที่มีร่องรอยครุ่นคิดลังเลใจอย่างเห็นได้ชัด

            “ดีสิ” พยักหน้ายืนยันก่อนหันไปเอ่ยย้ำกับอีกฝ่าย “รีบไปเถอะทัศน์ จะได้กลับมาทันฟังกี้ร้องเพลงไง”

            “งั้นฝากด้วยนะเจี๊ยบ เดี๋ยวเรามา”

ภูมิทัศน์พยักหน้ารับอย่างตัดใจ พลางเอ่ยลาคู่บ่าวสาวพร้อมทั้งขอโทษขอโพยที่ต้องเสียมารยาทออกจากงานก่อนกลางคันและกล่าวยืนยันกับกีรณาที่กำลังส่งยิ้มให้ด้วยน้ำเสียงจริงจังหนักแน่นว่า ตนเองจะรีบกลับมาให้ทันหญิงสาวขึ้นร้องเพลงอย่างแน่นอน ซึ่งกีรณาเองก็ทำได้แค่เพียงพยักหน้ารับอย่างเข้าใจและมองตามแผ่นหลังของเขาไปจนหายลับตา

            “มีเรื่องอะไรหรือเปล่า”

จิตราเอ่ยถามเพื่อนสนิทระหว่างเดินเข้าไปภายในบริเวณงานเลี้ยงด้วยน้ำเสียงห่วงใย ซึ่งอีกฝ่ายก็ทำได้แค่เพียงส่งยิ้มฝืดเฝื่อนให้เพื่อนสาวอย่างพยายามเต็มที

            “ไม่มีอะไรหรอก เจี๊ยบคิดมากไปหรือเปล่า”

            “โอ้ย! ทำไมเวลาซื้อหวยมันไม่ได้อย่างนี้นะ ฉันคิดไว้แล้วว่าแกต้องพูดอย่างนี้แน่นอน อย่ามาหลอกสายตาฉันหน่อยเลย” หล่อนโอดพลางนั่งลงบนเก้าอี้ข้างๆกันบริเวณซุ้มดอกไม้ด้านหน้าเวที “ไม่สบายใจเรื่องทัศน์กับเก้าใช่ไหม?”

            กีรณานิ่งอึ้ง เงยดวงหน้าขึ้นมองเพื่อนสนิทอย่างตกตะลึงเมื่ออีกฝ่ายสามารถคาดคะเนเรื่องราวได้อย่างแม่นยำ แต่ถึงกระนั้นเธอก็ยังคงกัดริมฝีปากตนเองนิ่ง ไม่ยอมปริปากพูดอะไรออกไปจนอีกฝ่ายถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ ยื่นมือออกมาวางทับลงบนมือของเธออย่างนุ่มนวล

            “กี้…กี้ก็รู้นะว่ากี้สามารถพูดกับเราได้ทุกเรื่อง”

            “ระหว่างทางที่มา ทัศน์บอกกี้ว่าเขาจะขอพี่เก้าแต่งงาน”

จิตราอ้าปากค้างอับจนด้วยคำพูด เนื่องจากไม่เคยคิดว่าเรื่องราวต่างๆมันจะดำเนินไปในรูปแบบนี้ แม้ตนเองจะระแคะระคายในความสัมพันธ์ที่ห่วงใยกันมากมายระหว่างกีรติและภูมิทัศน์แต่ก็มิเคยปริปากให้กีรณาทราบ เพราะตนรู้อยู่เต็มอกว่าเพื่อนสนิทของเธอคนนี้แอบหลงรักชายหนุ่มมาถึง 8 ปีเต็มแม้อีกฝ่ายจะไม่เคยทราบก็ตาม

            “แล้วกี้จะกลับบ้านไปก่อนไหม วันนี้ไม่ต้องขึ้นไปร้องเพลงก็ได้เราเข้าใจ”

            “ไม่เป็นไรหรอกเจี๊ยบ วันนี้เป็นวันสำคัญของเจี๊ยบนะ เราอยากทำเพื่อเพื่อนรักของเราให้ถึงที่สุด”

            “แต่มันต้องไม่ใช่เวลาที่แกอยู่ในอารมณ์แบบนี้”

            “จะอารมณ์แบบไหนฉันก็แยกแยะได้ทั้งนั้น แกไปอยู่หน้างานเถอะเดี๋ยวผู้ใหญ่เขาจะว่าเอา” สรรพนามแทนตนเริ่มเปลี่ยนแปลงไป เมื่ออีกฝ่ายต่างดื้อดึง

            “แน่ใจนะว่าไหว” จิตราถอนหายใจก่อนเอ่ยถามย้ำอีกครั้ง ซึ่งกีรณาก็ยิ้มรับพร้อมพยักหน้ายืนยันทันที

            “ไหวสิ สู้ๆ!” กำมือชูขึ้นไปในอากาศ ในขณะที่จิตราได้แต่ส่ายหน้าอย่างระอาเนื่องจากไม่รู้ว่าจะทำอะไรไปมากกว่านั้น

            “แกยังมีฉันอยู่นะกี้ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นฉันพร้อมจะเป็นกำลังใจให้แกเสมอ”

            “ฉันรู้…แต่มันต้องไม่ใช่วันนี้ ฉันอยากให้แกมีความสุขมากกว่าจะมาคิดเรื่องไร้สาระของฉันมันไม่ควรหรอกนะเจี๊ยบ”

            “ยัยดื้อเอ้ย”

จิตราว่า ในขณะที่กีรณายกมือขึ้นโบกไล่แล้วชี้นิ้วไปในทิศทางที่มีร่างสูงโปร่งของเจ้าบ่าวซึ่งกำลังเดินตรงมายังทางที่ตนเองและจิตรากำลังนั่งสนทนากันอยู่

            “ไปหน้างานได้แล้ว พี่ต้นเดินมาตามแล้วนั่น”

            “งั้น ฉันไปก่อนนะ”

เจ้าสาวกล่าวก่อนหันไปเรียก บริกรซึ่งเดินอยู่บริเวณนั้นแล้วสั่งความให้นำอาหารมาเสิร์ฟให้กีรณา เนื่องจากตามสคริปต์งานที่วางไว้จะให้กีรณาขึ้นไปร้องเพลงสลับกับการบรรเลงเปียโนโดยพี่ชายของเจ้าสาวเอง

            และเมื่อถึงเวลายามเสียงเมโลดี้อ่อนหวานที่ดังกังวานออกมาจากแกรนด์เปียโนหลังใหญ่ ส่งผลให้กีรณาสูดลมหายใจเข้าไปเต็มปอดก่อนเปล่งเสียงร้องออกมาด้วยทั้งหมดจากหัวใจเคล้าคลอไปกับท่วงทำนอง เพราะเป็นเพียงสิ่งเดียวที่เธอสามารถทำได้ดีที่สุดเพื่อเป็นของขวัญวันแต่งงานให้เพื่อนรักอย่างจิตรา

ข้อคิด : ความรัก… ไม่ได้มีแค่ความหมายเดียว แต่รัก คือ การปกป้องดูแล,ความมั่นคง,ความเสียสละ

ที่มา : http://story.niyay.com/chapter/321850.html


“แมน” ต้อนโรตีทะลุ 8 คนขนไก่หลี่หนิง

โดย : ASTVผู้จัดการออนไลน์ – กีฬา


เนื้อเรื่อง : “แมน”

 นักแบดมินตันมือ 32 โลก โชว์ฟอร์มเยี่ยมไล่ต้อน กูรูไซดัตต์ นักแบดมินตันชาวอินเดียขาดลอย 2 เซตรวด ทะลุรอบ 8 คนสุดท้ายแบดมินตันรายการ หลี่ หนิง สิงคโปร์ โอเพน 2012 เมื่อช่วงบ่ายวันที่ 21 มิถุนายนทีผ่านมา

ศึกแบดมินตัน ซูเปอร์ซีรีย์ส รายการ “หลี่ หนิง สิงคโปร์ โอเพน 2012″ เป็นรายการสะสมคะแนนโลก ชิงเงินรางวัลรวม 200,000 เหรียญสหรัฐ(ประมาณ 6 ล้านบาท) จัดขึ้นที่สนาม สิงคโปร์ อินดอร์ สเตเดียม ณ เมืองสิงคโปร์ ซิตี้ ประเทศสิงคโปร์ ระหว่างวันที่ 19-24 มิถุนายน 2555 เป็นการแข่งขันรอบสองมีนักแบดมินตันไทยลงทำการแข่งขันคับคั่ง

เริ่มที่ประเภทชายเดี่ยว “ซูเปอร์แมน” บุญศักดิ์ พลสนะ ตบขนไก่มือ 1 ไทย พบกับ กูรูไซดัตต์ ตบขนไก่ชาวอินเดีย เริ่มที่เกมแรกเป็นบุญศักดิ์ที่เล่นดีกว่าออกนำไปก่อน 7-1, 13-8 และ 16-11 ตามลำดับ ก่อนที่เก็บชัยในเกมแรก 21-12 ต่อมาเกมที่สอง ยังเป็น “แมน” ที่เล่นได้เหนือกว่าออกนำห่าง 7-2, 14-4 และ 17-7 ก่อนจะเอาชนะไปได้ 2-0 เกม 21-12, 21-8 เข้ารอบก่อนรองชนะเลิศ พบกับ ดิออนนีซิอุส ฮายอม รัมบากา ตบขนไก่จากอินโดนีเซีย

ทั้งนี้ยังเหลือแบดมินตันประเภทชายเดี่ยวอีกรายคือ “สอง” ทนงศักดิ์ แสนสมบูรณ์สุข พบกับ โซนี คุนโคโร ส่วนประเภทหญิงเดี่ยว เป็นศึกสายเลือดระหว่าง “น้องครีม” บุศนันท์ อึ๊งบำรุงพันธ์ กับ “พีช” พรทิพย์ บูรณะประเสริฐสุข

สำหรับประเภทคู่ผสม ฐิติพงศ์ ลาโพธิ์-พีรยา มั่นกิจอมร สุดต้านพ่าย ชินทาโร อิเคดะ-เรอิโกะ ชิโอตะ คู่ผสมมือ 4 รายการชาวญี่ปุ่น 0-2 เกม 13-21, 16-21 ร่วงตกรอบไปอย่างน่าเสียดาย


ข้อคิด : กีฬามีแพ้-ชนะ

ที่มา : http://www.manager.co.th/asp-bin/mgrview.aspx?NewsID=9550000076361

ตำนานพระธาตุก่องข้าวน้อย

ก่องข้าวน้อยฆ่าแม่

ครั้งหนึ่งเมื่อหลายร้อยปีมาแล้วที่บ้านตาดทอง ในฤดูฝนมีการเตรียมปักดำกล้าข้าวทุกครอบครัวจะออกไปไถนาเตรียมการเพราะปลูก  ครอบครัวของชายหนุ่มคนหนึ่งกำพร้าพ่อ  ไม่ปรากฏชื่อหลักฐาน ก็ออกไปปฏิบัติภารกิจเช่นเดียวกัน

วันหนึ่งเขาไถนาอยู่นานจนสาย  ตะวันขึ้นสูงแล้วรู้สึกเหน็ดเหนื่อยอ่อนเพลียมากกว่าปกติ และหิวข้าวมากกว่าทุกวัน  ปกติแล้วแม่ผู้ชราจะมาส่งก่องข้าวให้ทุกวัน แต่วันนี้กลับมาช้าผิดปกติ 

เขาจึงหยุดไถนาเข้าพักผ่อนอยู่ใต้ต้นไม้  ปล่อยเจ้าทุยไปกินหญ้าสายตาเหม่อมองไปทางบ้าน  รอคอยแม่ที่จะมาส่งข้าวตามเวลาที่ควรจะมา  ด้วยความรู้สึกกระวนกระวายใจยิ่งสายตะวันขึ้นสูงแดดยิ่งร้อนความหิวกระหายยิ่งทวีคูณขึ้น

ทันใดนั้นเขามองเห็นแม่เดินเลียบมาตามคันนาพร้อมก่องข้าวน้อยๆ  ห้อยต่องแต่งอยู่บนเสาแหรกคาน  เขารู้สึกไม่พอใจที่แม่เอาก่องข้าวน้อยนั้นมาช้ามาก  ด้วยความหิวกระหายจนตาลาย  อารมณ์พลุ่งพล่าน  เขาคิดว่าข้าวในก่องข้าวน้อยนั้นคงกินไม่อิ่มเป็นแน่  จึงเอ่ยต่อว่าแม่ของตนว่า

“อีแก่ มึงไปทำอะไรอยู่จึงมาส่งข้าวให้กูกินช้านัก
ก่องข้าวก็เอามาแต่ก่องน้อยๆ กูจะกินอิ่มหรือ?”

ผู้เป็นแม่เอ่ยปากตอบลูกว่า “ถึงก่องข้าวจะน้อยก็น้อยต้อนแต้นแน่นในดอกลูกเอ๋ย  ลองกินเบิ่งก่อน”

ความหิว ความเหน็ดเหนื่อย ความโมโห หูอื้อตาลาย ไม่ยอมฟังเสียงใดๆ เกิดบันดาลโทสะอย่างแรงกล้า คว้าได้ไม้แอกน้อยเข้าตีแม่ที่แก่ชราจนล้มลงแล้วก็เดินไปกินข้าว กินข้าวจนอิ่มแล้วแต่ข้าวยังไม่หมดกล่อง จึงรู้สึกผิดชอบชั่วดี  รีบวิ่งไปดูอาการของแม่และเข้าสวมกอดแม่

อนิจจา แม่สิ้นใจไปเสียแล้ว..

ชายหนุ่มร้อยไห้โฮ สำนึกผิดที่ฆ่าแม่ของตนเองด้วยอารมณ์เพียงชั้ววูบ  ไม่รู้จะทำประการใดดี  จึงเข้ากราบ นมัสการสมภารวัดเล่าเรื่องให้ท่านฟังโดยละเอียด 

สมภารสอนว่า “การฆ่าบิดามารดาผู้บังเกิดเกล้าของตนเองนั้นเป็นบาปหนัก เป็นมาตุฆาต ต้องตกนรกอเวจีตายแล้วไม่ได้ผุดไม่ได้เกิดเป็นคนอีก มีทางเดียวจะให้บาปเบาลงได้ก็ด้วยการสร้างธาตุก่อกวมกระดูกแม่ไว้ ให้สูงเท่านกเขาเหิน จะได้เป็นการไถ่บาปหนักให้เป็นเบาลงได้บ้าง”

เมื่อชายหนุ่มปลงศพแม่แล้ว ขอร้องชักชวนญาติมิตรชาวบ้านช่วยกันปั้นอิฐก่อเป็นธาตุเจดีย์บรรจุอัฐิแม่ไว้ จึงให้ชื่อว่า “ธาตุก่องข้าวน้อยฆ่าแม่” จนตราบทุกวันนี้

ทุกวันนี้มีผู้มากราบธาตุก่องข้าวน้อยฯทุกวันเพื่อขอขมาลาโทษเหมือนเป็นการไถ่บาปที่ทำให้พ่อแม่เสียใจ บางคนเมื่อมีลูกแล้วถึงรู้ว่าบุญคุณแม่มากสุดเหลือคณานับ เพิ่งรู้ว่าเลี้ยงดูลูกนั้นยากหนักหนาขนาดไหน จึงมาสำนึกที่ทำให้แม่ต้องเสียใจ บ้างก็มากราบไหว้เพื่อรำลึกถึงบุญคุณแม่


ข้อคิด :  ควรนึกถึงบุญบารมีของพ่อแม่
About these ads

Comments on: "โครงการรักการอ่าน" (1)

  1. Hi, this is a comment.
    To delete a comment, just log in, and view the posts’ comments, there you will have the option to edit or delete them.

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

Tag Cloud

ติดตาม

Get every new post delivered to your Inbox.

%d bloggers like this: